
การตรวจคัดกรองด้วยตัวเองช่วยให้เราสังเกตความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก เพิ่มโอกาสพบโรคเร็วขึ้นและได้รับการรักษาทันท่วงที แม้การตรวจด้วยตัวเองจะไม่สามารถยืนยันการวินิจฉัยได้ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวังตัวเองก่อนเข้าพบแพทย์ ด้านล่างคือวิธีตรวจและสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตสำหรับมะเร็งบางชนิดที่สามารถตรวจได้เอง
ข้อควรจำก่อนเริ่มตรวจด้วยตัวเอง
- การตรวจด้วยตัวเองเป็นการสังเกตเพื่อคัดกรอง ไม่ใช่การตรวจวินิจฉัย
- หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจทางการแพทย์เพิ่มเติม
- จดบันทึกวันที่และลักษณะสิ่งที่พบ รวมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบต่อไป
- ความถี่ที่แนะนำ: รายเดือนสำหรับการตรวจบางชนิด (เช่น เต้านมและอัณฑะ) และทุก 1–3 เดือนสำหรับผิวหนังตามความเสี่ยง
ตรวจเต้านมด้วยตัวเอง (Breast self-exam)
- ความถี่: เดือนละครั้ง (ผู้หญิงที่มีประจำเดือนให้ทำช่วง 7–10 วันหลังมีประจำเดือน หากหมดประจำเดือน ให้เลือกวันประจำเดือนของแต่ละเดือน)
- วิธีทำ:
- ยืนหน้ากระจก สังเกตรูปทรง เต้านม ขนาดหรือผิวหนังบุ๋ม/แดง/ผิวหนังเปลี่ยนแปลง
- ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น ใช้ฝ่ามืออีกข้างหรือปลายนิ้วนวดเป็นวงทับซ้อนกันทั่วเต้านมจนถึงรักแร้ ตรวจหาก้อนผิดปกติ ความเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือไหลเวียนน้ำนมผิดปกติ
- บีบหัวนมเบา ๆ ตรวจเลือดหรือน้ำนมไหลผิดปกติ
- สัญญาณที่ต้องพบแพทย์: ก้อนแข็งไม่เคลื่อนที่ ขนาดเพิ่มขึ้น ผิวบุ๋ม หัวนมมีเลือดหรือน้ำนมผิดปกติ
ตรวจอัณฑะด้วยตัวเอง (Testicular self-exam)
- ความถี่: เดือนละครั้ง โดยเฉพาะชายอายุ 15–35 ปีมีความเสี่ยงสูง
- วิธีทำ:
- หลังอาบน้ำอุ่น ให้ผ่อนกล้ามเนื้อถุงอัณฑะ จะง่ายต่อการคลำ
- ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้คลำแต่ละอัณฑะทีละข้าง คลำหาก้อน จุดเจ็บ หรือลูกตาที่แข็ง
- อัณฑะปกติจะมีความเรียบและอ่อน คลำเจอก้อนแข็งหรือขนาดเปลี่ยนต้องรีบพบแพทย์
- สัญญาณที่ต้องพบแพทย์: ก้อนหรือความเจ็บปวดที่ไม่หายภายในสัปดาห์หรือสองสัปดาห์
ตรวจผิวหนังด้วยตนเอง (Skin self-check)
- ความถี่: ทุก 1–3 เดือน โดยเฉพาะผู้มีประวัติผิวไหม้แดดมากหรือมีสิ่งผิดปกติเดิม
- วิธีทำ: ใช้กระจกเต็มตัวและกระจกเล็ก ตรวจทั้งตัวรวมถึงหลัง หู หนังศีรษะ ซอกนิ้ว เท้า
- กฎ ABCDE สำหรับเมลาโนม่า:
- A = Asymmetry (ไม่สมมาตร)
- B = Border (ขอบไม่เรียบ)
- C = Color (สีไม่สม่ำเสมอ)
- D = Diameter (ขนาด >6 มม. หรือโตขึ้น)
- E = Evolving (เปลี่ยนแปลง)
- หากพบตุ่มหรือแผลที่ไม่หาย เปลี่ยนสี ขยายตัว หรือเลือดซ้ำ ควรพบแพทย์ผิวหนัง
ตรวจช่องปากด้วยตัวเอง (Oral self-check)
- ความถี่: เดือนละครั้ง
- วิธีทำ: ใช้กระจกและไฟส่อง ดูริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก ลิ้นและด้านในแก้ม สังเกตแผลสีขาว/แดง ก้อน หรือลิ้นติดแผล
- สัญญาณที่ต้องพบแพทย์: แผลที่ไม่หายเกิน 2 สัปดาห์ เลือดจากช่องปากที่ไม่ทราบสาเหตุ ก้อนในคอที่ไม่หาย
ตรวจเลือดในอุจจาระด้วยชุดตรวจที่บ้าน (FOBT/FIT)
- ชุดทดสอบหาเลือดในอุจจาระสามารถซื้อได้หรือได้รับจากคลินิก เป็นวิธีคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เบื้องต้น
- ทำตามคำแนะนำในชุดและส่งตัวอย่างไปตรวจ หากผลบวก ต้องรับการส่องกล้องเพิ่มเติม
การตรวจคัดกรองด้วยวิธีเก็บตัวอย่างเอง (Self-collected HPV)
- ในบางประเทศมีชุดเก็บตัวอย่างช่องคลอดเพื่อทดสอบ HPV ด้วยตัวเอง ใช้ได้เป็นทางเลือกสำหรับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แต่ควรเช็กว่าบริการนี้ได้รับการรับรองในพื้นที่ของคุณหรือไม่ และต้องส่งตรวจในห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้
อาการทั่วไปที่เป็นสัญญาณเตือนมะเร็ง
- ก้อนหรือบวมที่ไม่หาย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ แผลที่ไม่หาย คอเสียงแหบเรื้อรัง กลืนลำบาก เลือดออกผิดปกติ เปลี่ยนแปลงการขับถ่ายหรือปัสสาวะ ควรพบแพทย์ทันที
สรุป
การตรวจคัดกรองด้วยตัวเองเป็นวิธีที่ดีในการเฝ้าระวังสุขภาพและค้นหาสัญญาณผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ไม่ได้ทดแทนการตรวจสุขภาพโดยแพทย์หรือการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข หากพบสิ่งผิดปกติหรือมีความเสี่ยงสูง (ประวัติครอบครัว การติดเชื้อ HPV การสูบบุหรี่ ฯลฯ) ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมและแผนการดูแลที่เหมาะสม
